การดูแลรักษาสระว่ายน้ำ

ถ้าการไปว่ายน้ำแต่ละครั้งกลายเป็นเรื่องลำบาก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางฝ่ารถติดหรือบางสถานที่ก็ช่างขาดความเป็นส่วนตัวเหลือเกิน หลายคนจึงคิดจะมีสระว่ายน้ำไว้ที่บ้านของตัวเอง แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มทำสระว่ายน้ำนั้นทุกท่านควรที่จะมีความเข้าใจและมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลรักษาก่อน ซึ่งก็ไม่ได้ยุ่งยาก แถมใช้เวลาก็ไม่มาก นั่นคือ

  1. การทำความสะอาดสระ ช้อนใบไม้ สิ่งสกปรกที่อยู่ในสระและดูดตะกอนก้นสระ
  2. ขัดกระเบื้อง พื้น ผนัง เกรดติ้ง โดยเฉพาะร่องยาแนวกระเบื้องให้สะอาด
  3. ดูแลรักษาน้ำในสระให้ค่า PH อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เช่นการเติมครอลีนหรือเติมเกลือสำหรับค่าเชื้อโรคและปรับสภาพน้ำ
  4. หากมีระบบกรองน้ำให้ตรวจเชคแผ่นกรอง และระบบกรองเพื่อความสะอาดและไม่เป็นที่สะสมของเชื่อโรค

ระบบกรองน้ำสระว่ายน้ำ 

ระบบกรองน้ำมีความสำคัญมากในการหมุนเวียนน้ำเพื่อความใสของน้ำ ซึ่งควรกำหนดเวลาไว้ประมาณ 5-7 ชั่วโมง  ระบบกรองน้ำที่ใช้ทั่วไปมีอยู่ 3 แบบ

  1. ระบบกรองทราย (Sand filter) เป็นระบบที่ง่าย และประหยัด เหมาะกับสระโดยทั่วไป  เพราะมีหัวมัลติพอร์ทวาล์ว ควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามที่ต้องการ 
  2. ระบบกรองผ้าด้วยผงกรอง (D.E.Filter) มีความละเอียดในการกรองน้ำได้ดีกว่าระบบกรองแบบทรายกรอง  แต่มีข้อเสีย คือค่าใช้จ่ายในการเติมผงกรอง และผ้ากรอง  นอกจากระบบกรองแล้วการบำบัดอาจมีวิธีอื่น เช่น การเติมน้ำยาปรับสภาพน้ำต่างๆด้วย  หากมีการใช้งานสระว่ายน้ำสม่ำเสมอ ใน1 วัน  ควรเดินเครื่องกรองอย่างน้อย  8  ชั่วโมง สำหรับเครื่องกรองชนิดผง
  3. ระบบกรองแบบกระดาษ (Cartribge Filter) ระบบนี้จะมีความละเอียดในการกรองน้ำดีกว่าระบบผ้า  แต่มีข้อเสียคือ ต้องมีการเปลี่ยนไส้กรองกระดาษค่อนข้างสูงมากกว่าผ้ากรอง

ระบบฆ่าเชื่อในสระว่ายน้ำ

ระบบน้ำเกลือ เป็นระบบที่ดีที่สุดต่อผิวหนังของคนเรา โดยการใช้น้ำเกลือธรรมชาติมาผ่านขบวนการ ของเครื่อง SALT CHLORINATOR มาทำการฆ่าเชื้อโรคในน้ำ น้ำเกลือเมื่อใช้ฆ่าเชื้อโรคแล้วจะไม่สูญหายไปไหน จะเติมก็ต่อเมื่อมีการทำ BACK WASH คือล้างเครื่องกรอง หรือฝนตกจนน้ำล้นออกจากสระว่ายน้ำ ดังนั้นการเติมเกลือจะเติมประมาณปีละ 2 – 3 ครั้ง และน้ำเกลือจะมีความเข้มข้นเพียง 0.3% เท่านั้นเอง (ประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำตาคนเรา)

ระบบคลอรีน  เป็นตัวฆ่าเชื้อโรคในน้ำ โดยอาจนำคลอรีนมาฆ่าเชื้อ โดยใส่ลงไปในสระว่ายน้ำ ด้วยการโรยผงคลอรีน หรือเป็นผงคลอรีนเหลวเทลงในสระ หรือเป็นก้อนคลอรีนใส่ใน SKIMMER เพื่อให้ค่อยๆ ละลายในสระว่ายน้ำ ตัวคลอรีนจะเปลี่ยนเป็นตัวฆ่าเชื้อโรค โดยจะทำงานหรือฆ่าเชื้อโรคได้ก็ต่อเมื่อน้ำในสระมีค่า PH อยู่ระหว่าง 7.2 – 7.8

ค่าความเป็นด่างจะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อ ขี้เหงื่อและขี้ไครของผู้ที่ลงไปเล่นในสระว่ายน้ำ (BATHER) ดังนั้นก่อนลงสระว่ายน้ำ จึงต้องอาบน้ำล้างตัวก่อนลงสระ หรืออาจเกิดจากเศษใบไม้ใบหญ้า หรือฝุ่นละออง ที่ลงไปในสระว่ายน้ำ

ระบบโอโซน เป็นระบบที่นำเอาก๊าซ โอโซน ซึ่งผลิตจากเครื่องอัดอากาศ มาบำบัดน้ำในสระโดยพ่วงเข้ากับระบบกรองของสระน้ำ  มีประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อโรคในระยะเวลาอันสั้นกว่าระบบอื่นและไม่มีสารเคมีทุกชนิดตกค้างในน้ำแต่ระบบนี้มีข้อเสียคือ  ขณะที่น้ำอยู่ในสระจะไม่มีการฆ่าเชื้อโรค จนกว่าน้ำจะกลับมาผ่านโอโซนอีก

 

ใส่ความเห็น